ไขทุกข้อข้องใจ ขายของออนไลน์เสียภาษีอะไรบ้าง?

ไขทุกข้อข้องใจ ขายของออนไลน์เสียภาษีอะไรบ้าง? ในวันที่เทรนด์โลกดิจิตอลของบ้านเรานั้นเติบโตขึ้นเรื่อยๆ ทำให้มีเศรษฐีจำนวนมากเกิดขึ้นมา ไม่ว่าจะมาจากการสร้างบริษัทสตาร์ทอัพที่เติบโตเร็ว การขายของออนไลน์ หรือแม้กระทั่งดาราดัง เน็ตไอดอล ที่มีจำนวนมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ว่าแต่ในจำนวนคนที่ร่ำรวยจากการขายของออนไลน์ หรือเน็ตไอดอลที่มีการรับจ้างรีวิวสินค้ารายได้ต่อเดือนแตะหลักแสนกันแบบสบายๆ เช่นนี้ หลายๆ คนอาจจะมีคำถามว่าพวกเค้าต้องเสียภาษีกันหรือเปล่านะ?

คำตอบก็คือ “ต้องเสีย” สิครับ เพราะในทางกฎหมายระบุไว้ว่า

เมื่อเกิดการซื้อขายขึ้นมาระหว่างคนขายกับคนซื้อ ไม่ว่าการรับหรือจ่ายเงินจะเป็นรูปแบบไหน (เงินสด, แคชเชียร์เช็ค, เช็คของขวัญ, หรือแบบต่าง ๆ อีกจำนวนมาก) ถ้าสิ่งนั้นสามารถเปลี่ยนเป็นเงินสดได้ สิ่งนั้นก็ถือว่าต้องนำมาเสียภาษี และยิ่งเราที่ขายของออนไลน์เพื่อ ”เงิน” อยู่แล้วการเสียภาษีจึงถือเป็นหน้าอย่างหนึ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้เลยครับ

โดยในการเสียภาษีจะแบ่งเป็น 2 ประเภทด้วยกันก็คือ

1.ภาษีเงินได้

ถ้าหากเป็นบุคคลธรรมดาแบบเราๆ ก็จะต้องเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา โดยจะคำนวนจาก “เงินได้สุทธิ” ของเรา แต่ถ้าหากจดทะเบียนเป็นนิติบุคคล ก็จะต้องเสียภาษีเงินได้นิติบุคคล ที่ต้องคำนวนจาก “กำไรสุทธิ” แทนนะครับ

2.ภาษีมูลค่าเพิ่ม

ในส่วนของภาษีมูลค่าเพิ่มนั้นเราจะเสียก็ต่อเมื่อเรามีรายได้เกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี หรือเดือนละ 150,000 บาทนั่นเอง ซึ่งภาษีมูลค่าเพิ่มก็คือ ภาษีที่เรียกเก็บจากบุคคลที่ซื้อสินค้าหรือรับบริการ โดยจะจัดเก็บเฉพาะจากมูลค่าส่วนที่เพิ่มขึ้นมาในแต่ละขั้นตอนการซื้อสินค้าหรือรับบริการ

ภาษีร้านค้าออนไลน์ยกตัวอย่างเช่น ร้านค้า A ขายสินค้าที่ราคา 100 บาท ต้องบวกภาษีขาย เพิ่มไปอีก 7 บาท สรรพากรก็จะเรียกเก็บเงินภาษีในส่วนนี้จากเรา 7 บาท

หรือโดยสรุปก็คือ

1. ในกรณีที่มีรายได้ไม่เกินปีละ 1.8 ล้านบาท ต้องเสียแค่ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา

2. ในกรณีที่มีรายได้เกินปีละ 1.8 ล้านบาท ต้องเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา บวกกับ ภาษีมูลค่าเพิ่ม

ทีนี้เรารู้หลักการเบื้องต้นไปแล้ว เรามาดูตัวอย่างจากสถานการณ์จริงกันดีกว่า

สมมุติว่า นายสุกิ เจ้าของร้านขายรองเท้าผู้ชายและมีรายได้ทั้งปีที่ 3 ล้านบาท

วิธีการคำนวนภาษีเงินได้สุทธิก็คือ (รายได้ – ค่าใช้จ่าย – ค่าลดหย่อน) *อัตราภาษี

1)รายได้ของนายสุกิ 3,000,000 บาทต่อปี

2)ค่าใช้จ่ายของนายสุกิ (คิดอัตราแบบเหมา) 3,000,000*80% = 2,400,000 บาท

3)ค่าลดหย่อนส่วนตัวของนายสุกิ = 30,000 บาท

4)เงินได้สุทธิ 3,000,000 – 2,400,000 – 30,000 บาท = 570,000 บาท

ภาษีร้านค้าออนไลน์นำจำนวนนี้มาคำนวนภาษีเงินได้แบบขั้นบันได ดังนี้

ตั้งแต่ 1 – 150,000 บาท ได้รับการยกเว้นภาษี

ตั้งแต่ 150,001 – 300,000 บาท อัตราภาษีคือ 5% = 7,500 บาท

ตั้งแต่ 300,001 – 500,000 บาท อัตราภาษีคือ 10% = 20,000 บาท

ตั้งแต่ 500,001 – 750,001 บาท มีเงินได้ 70,000 บาท อัตราภาษีคือ 15% = 10,500 บาท

เพราะฉะนั้นภาษีที่นายสุกิจะต้องเสียก็คือ 7,500 + 20,000 + 10,500 = 38,000 บาท

แต่นี่เป็นแค่วิธีคำนวนเพียงแบบที่ 1 แบบเดียวเท่านั้น ที่จริงการคำนวนภาษียังคำนวนได้อีกหลายวิธี โดยพ่อค้าแม่ค้าทุกท่านสามารถหาข้อมูลศึกษาได้ที่ เว็บไซต์ของกรมสรรพากร เลย